บทที่ 5 พบกันอย่างเป็นทางการ
เขายิ้มและเดินกลับเข้าไปในโรงเตี๊ยมเพื่อพักผ่อน
กลับถึงจวนแล้ว รถม้าคันเดิม ยังจอดอยู่ เขายังไม่กลับเหรอ ช่างเถอะๆ กลับห้องก่อนค่อยว่ากัน
“ฮูหยินรอง คุณหนู 3 กลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
แม่นมอู๋แจ้ง
“เจ้าไปเรียกนางมาหาข้าที”
“เจ้าค่ะ” สาวรับใช้รับคำ
“ท่านแม่รองเรียกหาข้าหรือเจ้าคะ”
ฟางซินไม่มาเฉยๆ นางรีบสวมกอดและเริ่มออดอ้อนทันที
“เจ้าแอบหนีเที่ยวทั้งวัน อีกแล้วสินะ”
ฮูหยินรองจำใจ ใจอ่อนทุกทีที่นางมาด้วยท่าทางเช่นนี้
“วันนี้เรามีแขก มาร่วมทานอาหารเย็นด้วย เจ้าก็เตรียมตัว ออกไปรับแขกพร้อมแม่”
นางไม่ต้องเดา นางรู้แล้วว่าแขกผู้นั้นคือใคร และนางก็ไม่อยากไปเจอเขาอีก
“ท่านแม่รอง ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย วันนี้ออกไปข้างนอกแดดแรง ข้าไม่ร่วมโต๊ะด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ” นางอ้อน
“ไม่ได้ มันเสียมารยาท ยังไงก็มาสักหน่อย แล้วค่อยกลับ เจ้าไปเตรียมตัวได้แล้ว"
อ้อนไม่ได้ผล เฮ้ออ ช่างเถอะ รีบไปรีบกลับแล้วกัน
โต๊ะอาหาร ตระกูลลู่
“มาๆ ท่านอ๋องเฉิง ไม่ต้องเกรงใจนะ เชิญนั่งๆ”
แม่ทัพลู่พูดอย่างเอ็นดู
“ขอบคุณท่านลุงขอรับ ท่านลุง เรียกข้าว่าลี่หมิง เหมือนตอนข้ายังเด็กก็ได้ขอรับ”
เฉิงลี่หมิงกล่าวอย่างนอบน้อม
“ได้ๆ ลี่หมิง มาๆ นั่งใกล้ๆ ลุง เอ้า เยว่เอ๋อ มาๆ นั่งข้างๆ พ่อ มาๆๆ”
จินเยว่ทำตามคำสั่งบิดา เขาเองเลื่อมใสทั้งบิดา และตัวอ๋องเฉิงคนนี้ยิ่งนัก
“ฮูหยินใหญ่และคุณหนูรองมาแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้แจ้ง
“ท่านพ่อ ลูกมาแล้วเจ้าค่ะ”
หนิงเซียนยิ้มอย่างพอใจ และไม่ลืมส่งยิ้มน้อย ๆ ให้อ๋องเฉิงด้วย
วันนี้นางก็ยังงดงามเช่นเดิม ช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก
“ฮูหยินรอง กับคุณหนู 3 มาแล้วเจ้าค่ะ”
สาวใช้รายงานอีกรอบ
ฟางซินเข้ามาพร้อมกับฮูหยินรอง ลอบถอนหายใจเบาๆ ผู้เป็นมารดาลอบสังเกตเห็น แต่มิได้ทักอะไร
เขามาถึงก่อนแล้วสินะ เป็นดังคาด นั่งมองตากัน เหมือนกับทั้งโลกมีแค่เขา 2 คน ข้าอยากกลับห้องแล้ว ไม่อยากอยู่แม้แต่วินาทีเดียว ใจเกิดอาการจี๊ดๆ อีกแล้ว อะไรกัน มือสั่นอีกแล้ว อดทนไว้ อีกนิดเดียว ๆๆๆ เดี๋ยวก็กลับแล้ว
เฉิงอ๋องแปลกใจ ทั้งยังไม่เคยเห็นคุณหนู 3 มาก่อน ลืมไปแล้วว่าแม่ทัพลู่มีบุตรสาว 2 คน งานเลี้ยงครั้งก่อนก็มิทันได้เจอกัน เพราะนางแอบออกไป นาง …..
ชุดสีเขียวอ่อนดุจน้ำทะเลในฤดูร้อน เครื่องประดับเรียบง่ายใบหน้าที่แทบจะไม่แต่งแต้มสีสัน ช่างดูงดงามเป็นธรรมชาติใบหน้าเรียวงาม ปากกระจับแต่แลดูอวบอิ่มราวกับได้รับการดูแลมาอย่างดี กลิ่นหอมของนาง ช่างรู้สึกสบายใจยิ่ง มันกลิ่นอะไรนะ ทำไมถึงหอมแบบนี้
“ครั้งที่แล้ว ท่านอ๋องยังไม่ได้เจอ นี่ลูกสาวคนเล็กของข้า ลู่ฟางซิน”
“ฟางซินคารวะท่านอ๋องเพคะ”
เงยหน้ามา สบตากันอีกครั้ง แย่แล้วๆๆ อดทนไว้ๆ นั่งลงๆ
“คุณหนู 3 ไม่ต้องเกรงใจ เชิญนั่งเถิด”
เฉิงอ๋องกล่าว “คารวะฮูหยินรอง”
“ท่านอ๋องมิต้องเกรงใจเจ้าค่ะ เชิญนั่ง”
ฮูหยินรองกล่าว
นาง งดงามราวกับเดินออกมาจากภาพวาด งดงามยิ่งกว่าหญิงใดในที่เคยเจอ แม้แต่ .. หนิงเซียน ที่เรียกได้ว่าเป็นสาวงามอันดับ 1 แล้วยัง… อืมมม น่าสนใจยิ่งนัก
“มาครบกันแล้วนะ เริ่มได้เลยๆ มาๆ ท่านอ๋อง ข้าดื่มให้ท่านก่อนหนึ่งจอก"
“ขอบคุณท่านลุงขอรับ”
ใช่ว่าหนิงเซียนจะไม่สังเกตเห็น กริยาแบบนั้นคืออะไร เหมือนตอนเจอข้าครั้งแรกเลยรึมิใช่ เจ้าอีกแล้วเหรอ ฟางซิน นางขบคิดแค้นอยู่ในใจ
“วันนี้ท่านอ๋อง พาลูกไปเดินตลาดมาเจ้าค่ะท่านพ่อ แถมยังซื้อของขวัญให้ลูกเยอะมากเลยเจ้าค่ะ”
“เรื่องเล็กน้อย คุณหนูมิต้องเกรงใจ” ลี่หมิงกล่าว
“ลุงขอบใจลี่หมิงที่เอ็นดูน้องนะ”
“มิได้ขอรับท่านลุง” เฉิงอ๋องกล่าว
เฉิงลี่หมิงแอบลอบมองฟางซินเล็กน้อย ทำไมนางต้องเอาแต่นั่งก้มหน้า อมทุกข์แบบนั้น การรับประทานอาหารร่วมกับเขา มันน่าอึดอัดขนาดนั้นเลยเหรอ
“ซินเอ๋อ วันนี้เจ้าแอบไปเที่ยวในเมืองทั้งวันอีกแล้วเหรอ แม่เจ้าหาเจ้าทั้งวัน”
แม่ทัพลู่ถามบุตรสาว
“ท่านพ่อเจ้าคะ ลูกออกไปทำการค้าต่างหากเจ้าค่ะ วันนี้ลูกไปช่วยคนด้วย ลูกน่ะ ไปทำความดีนะเจ้าคะ อย่ามากล่าวหาลูกแบบนี้สิเจ้าคะ ท่านแม่รอง ท่านพ่อว่าข้าอีกแล้ว”
นางหันมาฟ้องฮูหยินรอง ทั้งโต๊ะหัวเราะเบาๆ แบบเอ็นดูกับกริยาขี้อ้อนของสาวน้อย มีเพียงฮูหยินใหญ่และหนิงเซียนเท่านั้น ที่ไม่คล้อยตาม
“เจ้าโตแล้ว เป็นสาวเป็นนาง ยังมิออกเรือน เที่ยวเดินเล่นทั้งเมือง ไม่เหมาะสมกระมัง” ฮูหยินใหญ่กล่าว
“ท่านแม่เจ้าคะ วันนี้พี่รองบอกเองว่าออกไปเที่ยวกับท่านอ๋องมา ท่านจะมาว่าแต่ข้าคนเดียว ไม่ถูกมั้งเจ้าคะ ใช่มั้ยเจ้าคะท่านพ่อ”
ฟางซินจงใจ โยนก้อนหินไปหาพ่อ ท่านพ่อย่อมยุติธรรมที่สุด
“อะแฮ่ม เอาล่ะ พอแล้ว ทานข้าวเถอะ วันนี้เรามีแขก เรื่องอื่น ว่ากันทีหลัง”
ฟางซินแอบยิ้มแบบผู้ชนะ ฮูหยินรองปรามเบาๆ ด้วยสายตา นางหงอยไปนิดนึง แล้วก้มหน้ายิ้มกับชัยชนะเล็กน้อยเหนือ 2 แม่ลูกนี้ได้ ถือว่าคุ้ม เงยหน้าขึ้นมา สบตากับเฉิงอ๋องแบบไม่ทันตั้งตัว เค้ามองมาเมื่อไหร่เนี่ยย ตายแล้วๆๆ หมดกัน พลาดไปแล้ว
ในใจเฉิงอ๋องกลับขำ คำว่า "ท่านอ๋อง" ที่หญิงสาวเอ่ยออกมา มันช่างเพราะยิ่งนัก ห้ามไม่ได้ที่จะแอบลอบมองนาง ท่าทางที่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์นั้น อดขำไม่ได้ นางช่างน่ารักเสียจริง น่าสนใจ น่าสนใจมากจริงๆ
อาหารมื้อนี้ก็ไม่แย่เท่าไหร่ ถึงตอนนี้ การได้ระบายความรู้สึกบางอย่างออกไป ก็รู้สึกดีขึ้น มองหน้าเขา ก็ไม่ใจเต้นแรงมากเหมือนครั้งก่อนๆ อีกแล้ว ต่อไปคงสามารถพุดคุยเหมือนปกติได้แล้ว ต้องขอบคุณฮูหยินใหญ่กับพี่รองจริงๆ
เวลาบนโต๊ะอาหาร หมดไปกับการฟังเรื่องราวการปราบกบฏ ที่ผ่านมาของท่านอ๋อง แผนการรบและการโอบล้อมศัตรูถือว่ายอดเยี่ยม ท่านพ่อเองดูเหมือนจะภาคภูมิใจราวกับเป็นบิดาของท่านอ๋องเลยทีเดียว แม้ว่าหนิงเซียนจะพยายามเรียกร้องความสนใจจากท่านอ๋องเป็นบางเวลา ตอนนี้ ฟางซิน กลับรู้สึกขำในใจเล็กน้อย ถึงท่านอ๋องจะสนใจนาง แต่เหมือนในใจฟางซิน ก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว……
ถึงเวลาส่งแขก ในที่สุดก็อยู่จนจบงานเลี้ยงมื้ออาหารมื้อนี้
“เดี๋ยวลุงเดินไปส่งเจ้าเอง ลี่หมิง”
“ท่านแม่รอง เดี๋ยวข้าไปส่งท่านนะเจ้าคะ ข้ามีเรื่องจะเล่าให้ท่านฟังเยอะเลย”
“ทูลลาท่านอ๋องเพคะ”
ฟางซินและฮูหยินรองลาท่านอ๋อง และนางก็พยุงฮูหยินรองเดินกลับไป
สายตาเฉิงอ๋อง มองตามนางไปแบบไม่รู้ตัว จนกระทั่ง
“ข้าไปส่งท่านอ๋องกับท่านพ่อด้วยเพคะ” หนิงเซียนกล่าว
“ไม่ต้องหรอก เจ้ากลับเข้าไปกับท่านแม่เถอะ ข้ามีเรื่องจะคุยกับท่านอ๋อง”
แม่ทัพลู่ปรามบุตรสาว เขารู้ดีว่านางรู้สึกอย่างไรกับอ๋องเฉิง แต่เพื่อไม่ให้เกินขอบเขต จึงต้องห้ามปรามไว้บ้าง
“ทูลลาท่านอ๋องเพคะ”
ฮูหยินใหญ่และหนิงเซียน จำใจต้องกล่าวลา แล้วเดินจากไป
เฉิงอ๋องกล่าวลาแม่ทัพลู่ ขึ้นรถม้ากลับจวน ระหว่างทางกลับ นั่งนึกย้อนเหตุการณ์ในวันนี้ ช่างน่าสนใจยิ่งนัก อยากรู้นักว่านางอยากเล่าอะไรให้ฮูหยินรองฟัง ข้าอยากฟังด้วยเหลือเกิน รอยยิ้มนั่น ลืมได้ยากมากจริงๆ …..
